[SF] arkadaş (l'ami III) (Nut x Sin)
posted on 30 Mar 2012 14:16 by kp-augustband in ShortFictionTitle : arkadaş (l’ami III) (Final version)
Pairing: Nut x Sin (Singular)
Author : Kp_Indigo*
Genre : General/Romantic
Author’s note : กว่าจะจบเล่นเอาลุ้นกันตัวโก่ง ปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว :D และขอขอบคุณเครดิตคำจากใครหลายคนเลยนะคะ
ผมไม่รู้... ว่าการกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที... ผมก็ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้อีกแล้ว
ผมติดมัน...ราวกับยาเสพย์ติด
และยาเสพย์ติดที่ว่านั่น ...‘เพื่อนสนิทของผมเอง’
“อืม...”
เสียงคนข้าวตัวครางอย่างไม่สบายตัว ผมคลายอ้อมกอดลงไม่ให้อึดอัด แต่อีกฝ่ายกลับขยับเข้ามาให้ชิดตัวผมมากขึ้น ผมยกยิ้มกับตัวเองเบาๆก่อนจะเอนศีรษะตัวเองพิงกับศีรษะอีกฝ่าย
ผมไม่สนแล้วว่าตอนนี้ ‘คนของเค้า’ จะว่าอย่างไรหากรู้เรื่องราวของเรา... ตราบใดที่ซินยังไม่ห้ามหรือไม่ได้ว่าอะไร ผมก็จะ ‘ทำ’แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
...ครั้งแรกอาจจะเป็นความผิดพลาดของซิน แต่ครั้งต่อมา มันคือความตั้งใจของผม
“นัท...”
ผมครางตอบรับเสียงเรียกพลางหันไปมองนาฬิกาหัวเตียง ได้เวลาตื่นของนางฟ้าของ ‘องครักษ์’แล้วสินะ
“กี่โมงแล้ว”
“หกโมงครึ่ง”
“อือ...”
เสียงหวานครางอย่างครุ่นคิด แล้วซุกตัวให้ตัวเองเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดผมให้มากขึ้น ผมยิ้มกริ่มอย่างมีแผนร้ายก่อนจะถอยตัวหนีร่างนั้น ตาหวานปรือขึ้นมามองผมอย่างไม่พอใจ
“ไม่ต้องนอนแล้ว ไม่อนุญาต”
ผมกระซิบข้างหูคนขี้เซา ซินทำหน้าสงสัยซักพักก่อนจะเป็นฝ่ายถอยหนี ใบหน้าสวยราวกับรูปปั้นส่ายหัวเบาๆ ผมจับข้อมือเล็กไว้ก่อนจะกระตุกให้เจ้าของร่างกลับมาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง
“อีกรอบนึง...นะ”
สิ้นคำขออนุญาต ผมก็เข้าไปประกบริมฝีปากอย่างไม่รอคำตอบรับ ช่วงชิงความหอมหวานที่ชิมกี่รอบก็ไม่รู้เบื่อ มือกร้านไล้ไปตามแผ่นหลังขาวเนียนที่มีรอยรักประทับอยู่จางๆ มือเล็กเลื่อนมาโอบรอบคอผมอย่างเคยชินพร้อมจูบตอบอย่างร้อนแรง
“อืม...”
ผมจะถือว่านั่นคือคำอนุญาตนะ <3
ผมทิ้งตัวลงข้างๆนักร้องเสียงหวานที่กำลังอัพเดตสถานะเฟซบุ๊คตัวเอง ใบหน้าสวยกำลังเคร่งเครียดกับเฟซบุ๊คยูซเซอร์ที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้คืนซักที จากนั้นก็ถือวิสาสะใช้ไหล่มนต่างหมอน ก่อนจะรู้สึกถึงแรงขยับเล็กน้อยที่มาพร้อมเสียงคุ้นหู
แชะ ~
“แอบถ่ายอีกแล้ว”
ปั้นเสียงเข้มพูดออกไป คนแอบถ่ายหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยคำพูดติดปาก
“ไม่ชินรึไง”
“ชินแล้ว... ก็เหมือนกับซินนั่นแหละ ชินแล้ว”
ตุ้บ~
หัวผมย้ายลงไปอยู่ที่เบาะโซฟาทันทีที่จบประโยค หน้าหวานขึ้นสีแดงเรื่อ ผมส่งสายตาล้อเลียนอีกนิด ซินค้อนกลับมาวงใหญ่ ผมหัวเราะหึหึอย่างรู้ทัน
....คนน่ารักนี่ทำอะไรก็น่ารักนะ ว่ามั้ย?
“หื่น”
คำพูดสั้นๆถูกส่งออกจากปากผม ซินหันมามองด้วยแววตารู้ทันชัดเจน มือนิ่มปาไอโฟนในมือให้โดนอกผมเข้าอย่างจังพร้อมลุกหนีความผิด ผมรีบลุกตามคนหื่นไปอย่างติดๆ ซินหยุดที่กระเป๋าของตัวเองก่อนจะรื้อค้นของในกระเป๋า ...ไม่รู้ตัวสินะว่ามีคนเดินตามมา มือหนาของผมอ้อมโอบเอวบางจากทางด้านหลังแล้วขโมยหอมพวงแก้มหอม ซินทิ้งของลงในมืออย่างตกใจ และเมื่อผมเห็น ‘ของ’ที่ซินทำตกผมก็ปล่อยคนร่างบางอ้อมจากอ้อมกอดแบบไม่รู้ตัว
ดอกกุหลาบแห้งที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนถูกติดไว้ในสมุดไดอารี่ที่ซินพกติดตัวเสมอ เลขวันที่ในสมุดที่เขียนตัวใหญ่ทำให้ผมนึกออก
...ดอกกุหลาบวันนั้นที่ผมให้ซิน ดอกกุหลาบที่ซินทิ้งมันไป
“ดอกไม้..”
ผมครางออกมาคล้ายกับคนเพ้อ ซินรีบคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วเดินชนไหล่ผมหนีไปอีกทางทันที... หมายความว่าไง ที่ซินทำ หมายความว่าไง คำพูดในสมุดเล่มนั้น.... หมายความว่ายังไง?
ผมเดินกลับมานั่งยังโซฟาตัวเดิมที่ซินนั่งเมื่อครู่ ไอโฟนของคนที่กำลังทำให้ผมสับสนยังวางนอนอยู่ ผมหยิบไอโฟนเครื่องนั้นขึ้นมาดู รูปล็อกสกรีนเป็นรูปผมกับซินในงานต่างๆที่ซินเซฟมาจากแฟนคลับ เลื่อนอันล็อกพร้อมใส่รหัสที่เจ้าของเครื่องเคยให้ไว้ก็กดเข้าไปดูอัลบั้มรูปที่ซินหวงนักหวงหนา ...รูปผมในอิริยาบถต่างๆรวมถึงรูปภาพอาร์ตๆที่ซินชอบถ่าย แต่แล้วผมก็สะดุดกับภาพๆหนึ่ง
รูปดอกกุหลาบดอกเมื่อครู่ กับสมุดไดอารี่เล่มโปรดของซิน ไดอารี่ที่มีเพียงวันที่และคำพูดอีกหนึ่งคำ ...คำพูดที่อยู่ในใจผมมาโดยตลอด
‘รัก’
ซิน...รักผมงั้นหรอ?
ซิน... รักผมรึเปล่า?
ในหัวผมเต็มไปด้วยคำถามนี้ ความคิดหลายความคิดตีกันจนยุ่งไปหมด... มันจะเป็นไปได้ยังไงถ้าซินจะรักผม มันจะเป็นไปได้ยังไง?
ผมต้องการคำตอบนี้ และคนที่จะให้คำตอบผมได้ดีที่สุด คือ... ‘ซิน’
Sin’s Part
ผมไม่รู้... ว่าที่นัททำทั้งหมดคืออะไร มันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกชั่ววูบของนัท ...แต่ผมก็เต็มใจ
ผมหลงเค้า...จนถอนตัวไม่ขึ้น
ผมลุ่มหลงในทุกสัมผัสที่นัทปรนเปรอ
ผมคงต้องยอมรับกับตัวเองอีกที... ว่าผมหลงรักนัทจนไม่สามารถถอนตัวขึ้นมาได้อีกแล้ว
“ไม่ต้องนอนแล้ว ไม่อนุญาต”
เสียงแหบพร่ากระซิบข้างๆหูผมในยามเช้า ผมขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ความหมาย ก่อนจะส่ายหัวในเชิงปฏิเสธ... ผมกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกครั้ง
นัทจับข้อมือผมแล้วกระตุกให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอด เสียงแหบพร่าของเค้าพูดเชิงขออนุญาตแล้วเข้ามามอบความหอมหวานที่ทำให้ผมหลงไหลได้เสมอ มือที่มักใช้อยู่กับสายกีตาร์ไล้ไปตามแผ่นหลังผมอย่างเร้าอารมณ์ มือของผมเอื้อมไปโอบรอบคอแกร่งของเค้าอย่างเคยชิน ...ผมตกอยู่ในภวังค์แห่งกามารมณ์ของนัทอีกครั้ง
“อืม...”
และไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเค้าไม่ได้เลย
ผมวิ่งออกมาจากห้องซ้อมพร้อมสมุดเล่มเดียวในมือ... นัทเห็นมัน! ผมสาบานได้ว่านัทต้องจำได้ว่าดอกกุหลาบดอกนั้นคือดอกไหน สังเกตจากแววตาที่เค้ามองผม คำถามมากมายที่พร้อมจะพรั่งพรูออกมาจากปากบางที่พร้อมจะทำให้ผมหลงไหลได้ทุกเมื่อนั่น...
แต่ผมไม่พร้อมจะตอบ
ไม่พร้อมจะยอมรับสถานะต่อไปถ้าหากผมพูดออกไปว่าผมรักเค้าเลย...
ผมอุตส่าห์เดินหาดอกกุหลาบดอกนั้นรอบงานที่เล่นวันนั้นหลังจากกลับมากับนัท ก่อนจะหาเจอว่ามันถูกวางทิ้งไว้ที่โต๊ะแต่งหน้า ดอกกุหลาบดอกสำคัญในวันสำคัญจากคนสำคัญ... ผมไม่กล้าทิ้งมันหรอก
ผมทรุดตัวลงหน้าลิฟท์เมื่อเห็นว่าไม่มีคนเดินตามมา หยาดน้ำตาใสๆไหลลงมาอย่างหยุดไม่อยู่เมื่อคิดว่าถ้าหากเค้าว่าเค้นความจริงจากผมแล้วผมจำต้องบอกว่ารักไป ...ถ้านัทรับไม่ได้แล้วเลิกเป็นเพื่อนกับผมผมจะทำยังไง
ผมจะขาดเค้าได้...เหรอ?
ผมขาดเค้าไม่ได้ ทางเดียวที่ผมทำได้คือปกปิดความลับนี้... ผม...ต้องเป็นเพื่อนที่แสนดีของนัทต่อไป เพราะมันไม่มีทางเลยที่นัทจะเหมือนเดิมกับผมได้ถ้าหากเค้ารู้ว่าผมแอบหลงรักเค้ามานานแสนนานเหลือเกิน
พรึ่บ!
ใครบางคนกำลังฉุดผมเข้าไปในลิฟท์! ใครน่ะ !!!
Nut’s Part
ผมฉุดคนที่นั่งห่อตัวอยู่หน้าลิฟท์เข้าไปในลิฟท์ที่ค้างอยู่ที่ชั้นนี้พอดีก่อนกดปิดแล้วกดลิฟต์ไปยังชั้นดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว ซินเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าใครฉุดซินเข้ามาในลิฟท์ ตาหวานหลบสายตาผมพร้อมกอดหนังสือในมือให้แน่นขึ้น ผมโอบรอบเอวตัวเล็กแล้วรั้งให้เข้ามาใกล้จนซินไม่สามารถหลบตาผมได้อีก หากแต่ตาสวยก็ไม่ยอมลืมขึ้นมาสบตาผม
รสจุมพิตหอมหวานถูกมอบให้อีกครั้ง ซินเผยอปากรับสัมผัสนี้อย่างเต็มใจก่อนปรือตาฉ่ำขึ้นมาเมื่อผมถอนจูบออก
“เรามีเรื่องจะถาม”
“แต่เรา... ไม่มีอะไรจะตอบ”
ซินดักคำถามผมไว้ ปากฉ่ำเม้มปากลงอย่างไม่มั่นใจ ผมจ้องเข้าไปในดวงตาที่มักจะซ่อนความลับไว้อย่างหาคำตอบ ซินเข้ามาประกบปากผมเพื่อเลี่ยงการกระทำนั้น
“ดอกกุหลาบ...กับคำพูดในไดอารี่นั่น หมายความว่าไงหรอซิน”
ผมกลั้นใจถามออกไป ภาวนาให้ซินตอบกลับว่ามารักผมบ้าง... รักผมอย่างที่ผมรักเค้า แต่ไม่มีเสียงตอบจากซิน ไม่มีเสียงใดๆเล็กลอดมาจากริมฝีปากอวบอิ่มจนผมอยากจะประทับเปิดปากซินให้เล่าความลับพวกนั้นให้ผมฟัง
“ตอบเรามาได้มั้ย”
ผมทอดเสียงลงอย่างอ่อนแรง แขนคลายอ้อมกอดให้หลวมขึ้น ซินเม้มปากแน่นจนซีด ผมคว้าตัวเค้าเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง
“บอกความจริงเรามาเถอะนะ... ไม่ว่ายังไงเราก็รับได้”
ผมกระซิบที่ข้างหู คนในอ้อมกอดถอนหายใจเบาๆ
“เค้าบอกว่า... คนที่ตกหลุมรักก่อน จะเป็นคนที่พ่ายแพ้เสมอ”
ซินเริ่มต้นพูดด้วยประโยคที่ผมฟังไม่เข้าใจ
“แล้วเรา...ก็แพ้นัทเสมอ”
ผมได้รับสัมผัสแผ่วเบาที่รอบเอว ...นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย? ใครก็ได้ผมบอกผมว่านี่คือโลกแห่งความจริง ซินกำลังบอกรักผมใช่รึเปล่า
“ซิน...กำลังบอกรักเราเหรอ?”
Sin’s part
นัทกำลังต้อนผมให้จนมุม...
“เค้าบอกว่า... คนที่ตกหลุมรักก่อน จะเป็นคนที่พ่ายแพ้เสมอ”
ผมยกคำมาจากนิยายรักที่เคยอ่านมา เค้าบอกว่าเค้าที่ตกหลุมรักก่อนจะเป็นคนที่แพ้เสมอ... ผมเลยไม่เคยแปลกใจที่ไม่ว่านัทจะทำอะไรก็ผมสามารถยอมเค้าได้ในทุกเรื่อง
“แล้วเรา...ก็แพ้นัทเสมอ”
ผมโอบรอบร่างหนาที่ไม่เคยคิดกับผมเกินกว่าคำว่าเพื่อน... ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ผมกับเค้าจะมองหน้ากันได้อีกมั้ย แต่ผมก็อยากให้เค้ารู้ว่าตลอดเวลามีเพื่อนคนนึงที่คิดเกินเลยกับเค้ามาตลอด
“ซิน...กำลังบอกรักเราเหรอ?”
เสียงนัทฟังดูไม่เชื่อคำสารภาพที่ผมพึ่งพูดออกไป ผมพยักหน้าในอ้อมกอดอบอุ่นพร้อมรู้สึกถึงแรงกอดที่แน่นขึ้น
“ไม่รู้ว่าซินจะเชื่อเรามั้ย”
ผมเงียบตั้งใจฟังคำพูดที่นัทกำลังจะพูดต่อไป... ในใจกำลังเข้าข้างตัวเองว่าเค้าคงตั้งใจจะพูดเรื่องดีๆให้ผมฟัง
เช่น...
นัทกำลังจะบอกรักผม
“มันเป็นความลับที่เราเก็บไว้นานแล้ว”
เป็นไปไม่ได้หรอกซิน ...หัวใจทรยศเต้นถี่รัวจนเกรงว่ามันจะออกมาอยู่ข้างนอก นี่ผมจะตื่นเต้นกับการคิดเข้าข้างตัวเองไปทำไมเนี่ย
“เรารักซินนะ”
อะไรนะ?
“นะนัท พูดอีกทีได้มั้ย? บางทีเราอาจจะหูฝาดไปเองน่ะ”
“ฟังเรานะ เรา รัก ซิน”
นัทพูดช้าๆ เน้นถ้อยคำทุกถ้อยคำในประโยค ...สมองผมตอนนี้ไม่สามารถประมวลอะไรได้อีกแล้ว
นี่ผมกับเค้าใจตรงกันมาตลอด...ใช่มั้ย ? จริงเหรอ? เค้าไม่ได้โกหกผมใช่มั้ย?
“เราไม่เล่นนะนัท อย่าโกหกเรา”
ผมยู่ปากอย่างเคยชิน... ผมเป็นคนที่รักเค้านะ เล่นอะไรแบบนี้ถ้าเกิดผมคิดจริงจังขึ้นมาจะทำยังไง? อย่าทำให้ผมต้องคิดมากได้มั้ย? แค่นี้ผมก็ดีใจจะแย่แล้วนะ
“เรื่องแบบนี้ใครเค้าโกหกกัน”
ก็ใช่น่ะสิ... ใครเค้าโกหกกัน และตอนนี้หัวใจผมแทบจะระเบิดแล้วนะ
“นัทไง”
“เรารักซิน...จริงๆ ทั้งรักทั้งหลง... อยากครอบครองทั้งตัวและหัวใจ... อยากให้ซินเป็นของเราคนเดียว ...เราหลงซินจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วแล้วนะ”
จุมพิตหอมหวานที่แสนจะน่าหลงไหลทำให้ผมตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง มือนัทลูบไล้ทั่วแผ่นหลังของผม พอนัทถอนริมฝีปากออกก็เลื่อนลงมาไซร้ตามคอพร้อมประทับรอยสีกุหลาบที่มีอยู่ทั่วไปตามตัว
“นัท... พอก่อน”
ผมร้องห้ามเมื่อรู้สึกว่ามือปลาหมึกกำลังไล่ปลดกระดุมผม นัทหยุดแต่กลับมองหน้าผมด้วยแววตาที่สื่อว่ากำลังมีอารมณ์
“นี่มันลิฟต์นะ”
ผมย้ำเค้าอีกครั้ง
“เรารักซินนะ”
“อือ แต่นี่มันในลิฟต์นะนัท”
ผมยังคงย้ำคำพูดเดิมๆเผื่ออีกคนจะรู้สึกตัวบ้างว่าเราไม่ควร ‘ทำอะไรๆ’ กันในลิฟต์
“เรารักซินนะ”
“นัท!”
ผมพยายามใจแข็ง นัทเข้ามาไซร้ซอกคอผมต่ออย่างไม่สนใจเสียงปราม มือซุกซนวนๆอยู่ที่รอบๆส่วนที่ชูชันขึ้นมาอ้อล้อกับมือของนัท
“อือ...นัท...นี่ลิฟต์นะ...อ๊ะ”
ผมครางออกมาอย่างเสียวซ่านกับสัมผัสที่เค้าปรนเปรอให้ สติที่เหลือเพียงน้อยนิดออกปากห้ามเค้าอีกครั้ง
“เรารักซินนะ...”
คำบอกรักที่ฟังดูเหมือนคำขออนุญาตทำให้ผมล้มเลิกความพยายามที่จะห้ามคนที่เกิดมีอารมณ์ในลิฟต์ มือเล็กของผมเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอเค้าอย่างเคยชิน ...ไดอารี่ในมือหล่นไปเมื่อไหร่ไม่รู้ ถึงรู้ตอนนี้ผมก็คงไม่สนใจแล้ว
เพราะยังไงผมก็ต้องแพ้เค้าอยู่ดีสินะ ทางที่ดี...
ไม่ขัดขืนตั้งแต่แรกน่าจะดีกว่า
“อาาาาาาาาา...”
****LOVEANDSEX****
