[SF] เรื่องของเรา Sin x Nut
posted on 23 Dec 2011 22:22 by kp-augustband in ShortFictionTitle: เรื่องของเรา
Pairing: Sin x Nut (Singular)
Genre : General/Drama(?)
Writer: Kp_indigo*
Author's note: หัวเราะชั่วร้าย เลื่อนอ่านเลยเถอะ :D
“นั่นเค้าจัดเวทีให้ใครน่ะลูก”หญิงวัยกลางคนออกจากปากลูกสาววัยรุ่นอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“วงซิงกูลาร์ เบาเบาอ่ะแม่ ค่อยๆรักกันเบาๆ ที่นักร้องนำผมยาวๆ ผู้หญิงๆหน่อยแต่เป็นผู้ชายกับมือกีตาร์หน้านิ่งๆอ่ะ เมื่อกี๊ลูกเห็นเค้ามาร้องกันอยู่”ลูกสาวอธิบายทุกอย่างจนผู้เป็นแม่ร้องอ๋อแล้วเบะปากอย่างรังเกียจ
“เค้าไม่ใช่ผู้ชายกันนี่ รักกันได้ยังไงก็ไม่รู้นะ ลูกอย่าไปชอบเพศเดียวกันนะ น่ารังเกียจ”ผู้เป็นแม่สอนสั่งพลางจูงมือลูกสาวออกจากร้านอาหาร
ร่างสองร่างที่นั่งข้างๆโต๊ะเมื่อครู่ลดเมนูอาหารในมือลงแล้วจ้องหน้ากันด้วยแววตาสื่อความหมาย
“คุณได้ยินเหมือนซินใช่มั้ยนัท?”
“อ่ะ...อือ”นัทเสมองไปทางอื่นแล้วพยักหน้าลงรัวๆ ซินทิ้งเมนูอาหารในมือลงกับโต๊ะก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ให้ตายเถอะน่า.. แค่นี้คุณก็ไม่เชื่อใจซินพอแล้ว จะได้ยินเรื่องพวกนี้ให้มาบั่นทอนความรักของเราอีกทำไมนะ”
“นะ.. นัทว่า ซินอย่าไปสนใจเลย สั่งอาหารดีกว่านะ”พูดเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรหากแต่ดวงตาส่อแววกังวลชัดเจน
บรรยากาศรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยความอึมครึมนั่นทำให้นักร้องผมยาวเกือบปรี๊ดแตก ไม่ได้คิดอะไรแต่กลับไม่ยอมคุยกันเลยเนี่ยนะ!
“เดี๋ยวซินไปส่ง นัทไม่ได้เอารถมานี่ ใช่มั้ย?”
“มะไม่ ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับเองได้ ใกล้บ้าน สบาย”นัทยักไหล่
“เดี๋ยวซินไปส่ง”อีกคนพูดอย่างยื่นคำขาด นัทพยักหน้ารับอย่างอ่อยๆ ก่อนกดโทรศัทพ์หาบุพการี
“พ่อไม่ต้องมารับนัทแล้วนะ เปล่า เดี๋ยวซินไปส่ง ซินมาคนเดียว อือไม่ได้มาด้วย ไม่หรอกพ่อไม่ต้องเตรียมอะไร อือ ครับ”ซินยิ้มกับบทสนทนาน่ารักระหว่างพ่อลูก นัทกดตัดสายก่อนลุกยืนขึ้น
“ไปเถอะซิน กลับบ้านช้าเดี๋ยวแม่คุณเป็นห่วง”พร้อมออกเดินไปก่อนโดยไม่หันหน้ามามองคู่สนทนา ซินจิ๊ปากเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินตามคนรักไป
“จะเข้ามาทำไมเนี่ย! ไม่ได้บอกแม่ไว้ไม่ใช่หรอ”มือกีตาร์บ่นอย่างหัวเสียเมื่ออีกคนเดินตามเข้าห้องมาราวกับเงา
“ไม่อยู่นานหรอกน่ะ แค่อยากตามมาถาม”
“ถามอะไร”คนเอ่ยปากถามหลบสายตาพลางหยิบกีตาร์ตัวโปรดมานั่งเกา
“ไม่ได้คิดมากใช่มั้ยเรื่องที่ได้ยิน”ซินกระซิบถามเสียงเบา
“อะอื้อ ไม่คิดๆ ไม่คิดอะไรทั้งนั้นแหละ”นัทหลับตาปี๋เนื่อบจากได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วดังคลออยู่ใกล้หู ปากก็ปฏิเสธเสียงสั่น
“จริงหรอ?”ซินถามย้ำ
“...”
“นัท”
“ไม่ได้คิดอะไร.. จริงๆ”
“คุณยังไม่เชื่อในความรักเราใช่มั้ย?”
“...”
“คุณยังแคร์สังคมอยู่ใช่มั้ย?”
“อะ.. นัทเปล่านะ”จบคำริมฝีปากอุ่นก็เข้ามาช่วงชิงความหอมหวาน ซินส่งลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจโพรงปากอย่างไม่รีบร้อน ค่อยๆขบเม้มริมฝีปากอีกฝ่ายจนบวมเจ่อ ก่อจะถอนริมฝีปากออกมา
“ซินให้เวลานัทคิด ความรักของเรา กับคำพูดของคนอื่น คุณจะเลือกเชื่ออะไรมากกว่ากัน”
กีตาร์ตัวโปรดยังคงถืออยู่ในมือ หากแต่จิตใจของคนเล่นกลับพะวงอยู่กับคำพูดเมื่อครู่ที่คนรักฝากไว้ มือกร้านยกมือขึ้นมาลูบริมฝีปากอย่างครุ่นคิด
...ความรักของเรา กับคำพูดของคนอื่น งั้นหรอ?
‘ลูกอย่าไปชอบเพศเดียวกันนะ น่ารังเกียจ’
‘พี่นัทซับเหงื่อพี่ซินสิ กรี๊ดดดดดดดดดด’
‘พี่นัทพี่ซินโอบกันหน่อยค่า กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด’
หึ.. ไร้สาระสิ้นดี
นัทหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชัน What’s app อย่างชำนิชำนาญ ตาดุก้มลงอ่านข้อความที่คนรักพิมพ์มา
Sin: มั่นใจ...เถอะนะนัท
Sin: ซินเชื่อว่ามันจะผ่านไปได้
นัทคว่ำหน้าจอลงกับโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจแล้วนั่งเกากีตาร์ค่อ
ครืด
Sin: เรารักกันไม่ใช่หรอ?
Sin: ลองถามหัวใจตัวเองดูดีๆสินัท
ข้อความสุดท้ายที่อ่านก่อนนัทจะโยนแบล็กเบอรีสีดำเครื่องโปรดลงลิ้นชักก่อนจะใส่กุญแจล็อกไว้พร้อมโยนกุญแจไว้บนเตียง
ถามใจตัวเองงั้นหรอ หึ
ก๊อกก๊อกก๊อก
“พ่อเข้าไปนะนัท”เสียงสูงวัยกล่าวขออนุญาตก่อนจะพาร่างตัวเองเข้ามา นัทหันไปมองบิดาแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“ซินเดินออกไปหน้าตาดูไม่ดีเลย”
“ไม่มีอะไรนี่พ่อ ซินขี้เกียจยิ้มรึเปล่า เมื่อกี๊ตอนออกงานก็ยิ้นจนเหงือกบานแล้ว”นัทแสร้งหัวเราะ
“งั้นก็ดีไป พ่อคิดว่าเรามีปัญหาอะไรกันซะอีก”ผู้เป็นบิดายิ้มให้ลูกชายคนเดียวอย่างอ่อนโยน นัทหลบสายตาอบอุ่นก่อนจะจ้องบิดาอย่างจริงจัง
“พ่อ...”นัทเรียกเสียงเบา “ถ้าพ่อเจออย่างนัท ถ้าพ่อเป็นศิลปินแล้วรักกับศิลปินด้วยกัน ถ้าพ่อต้องปิดบังความรักอย่างนี้ พ่อจะรักเค้าอยู่ป่ะ? พ่อจะยังทนคบกับเค้าป่ะ?”
“ทำไมถามอย่างงี้ล่ะ”ผู้เป็นบิดาถามกลับอย่างแปลกใจ
“ไม่รู้ดิ พ่อก็รู้ถ้านัทรักใครนัทก็บอกทุกคน นัทไม่เคยต้องปิดบัง นัทเชื่อว่าถ้าเรารักกันแล้วก็ไม่เห็นต้องปิดบังอะไร นัทไม่ชอบที่จะต้องบอกว่านัทเป็นแค่เพื่อน หรือเป็นแค่คนรู้จัก ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่”
“อืม... ถ้าพ่อรักนะ จะให้ทำอะไรพ่อก็ยอม ถึงมันจะเป็นเรื่องที่พ่อไม่ชอบ พ่อไม่อยากทำ แต่เพื่อคนที่พ่อรัก พ่อยอมนะ”
“ทั้งๆที่พ่อไม่ชอบมันอ่ะนะ?”
“ถ้าทำเพื่อคนที่เรารักพ่อทำได้ทั้งนั้นแหละ อย่างเมื่อก่อนตอนหนุ่มๆนะ โอ๊ยพ่อเกลียดเด็กจะตาย แต่พ่อก็ยังอดทนเลี้ยงนัทมาจนโตขนาดนี้ ถ้าพ่อไม่รักนัทพ่อไม่ยอมทำขนาดนี้หรอกนะ”
“...”
“เพราะพ่อรักนัท แล้วพ่อก็รักแม่ พ่อถึงยอมทำทุกๆอย่างที่พ่อไม่ชอบ นัทถามตัวเองดีๆสิลูก เรารักซินรึเปล่า?”
“...รักดิพ่อ”นัทตอบเสียงแผ่ว
“แล้วรักมากพอที่จะทำอะไรเพื่อเค้ามั้ย?”
“...มาก”
“งั้นก็ไม่เห็นต้องคิดมาก อดทนทำอะไรเพื่อซินบ้าง เค้าทำอะไรเพื่อเรามาเยอะแล้ว”
“แต่มันไม่เหมือนกันนะพ่อ”
“...”
“ซินกับนัทน่ะ..”
“...”
“ซินกับนัท ไม่ได้รักกันในฐานะที่คนอื่นเค้ายอมรับได้ สังคมเค้าไม่ได้ยอมรับความรักของซินกับนัทนะพ่อ”
“หึหึ ไอ้ลูกชาย คิดจะรักอย่าแคร์คนอื่นลูก แค่ลูกรักซิน แล้วซินรักลูก ประคองความรักของเราสองคนให้มันดีที่สุดก็พอแล้ว ไม่เห็นต้องสนใจเสี้ยนหนามที่มันทิ่มแทงอยู่เลย”ผู้สูงวัยกว่าตบบ่าลูกชายสองสามทีอย่างให้กำลังใจ
“ลงไปกินข้าวเย็นด้วยนะนัท”ก่อนจะทิ้งท้ายแล้วพาร่างท้วมนิดๆของตัวเองออกจากห้องนี้ไป
นัทเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ถ้าหากเสี้ยนหนามนั้นมันไม่ได้ทิ่มแทงหัวใจเค้าจนระบมขนาดนี้ เค้าก็คงอยากประคองความรักกับคนที่เค้ารักไปให้ได้นานที่สุดเหมือนกันนั่นแหละ
นัทมองหน้าจอแลปทอปเครื่องโปรดด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก มือกร้านนวดขมับตัวเองบรรเทาความเครียด
วันนี้เห็นซินกับนัทชงกันบนเวทีอีกแล้ว สรุปเค้าเป็นแฟนกันจริงรึเปล่าอ่ะ อยากรู้ๆ >w<
ความคิดเห็นที่ 1
ไม่รู้สิ ก็เห็นเค้าชงกันทุกงาน พี่ซินชงพี่นัทก็รับมุก พี่นัทชงพี่ซินก็รับมุกตลอด น่ารักนะคู่นี้ แอบเชียร์ให้เค้ารักกันจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 2
อืม... เราไม่ขอออกความคิดเห็นเรื่องนี้แล้วกัน ส่วนตัวไม่ชอบเรื่องชายรักชายเท่าไหร่ แต่เราชอบผลงานเค้านะ ร้องเพลงเพราะเล่นกีตาร์เก่ง แต่คงไม่ได้รักกันจริงๆหรอก เค้าเป็นผู้ชายกันไม่ใช่หรอ O.o
ความคิดเห็นที่ 3
ผู้ชาย... ใช่ แต่เค้าบอกว่าซินไม่ใช่ผู้ชายกันไม่ใช่หรอ คหสต.
ปล. เราไม่ชอบเกย์อ่ะ -^-
ขอโทษแฟนคลับที่เชียร์ด้วยนะ
มือขวากดปิดเว็บไซต์ชื่อดังก่อนจะพับแลปทอปลงมา อีกมือเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากลิ้นชักเรียบร้อยแล้ว
ข้อความสั้นๆที่ทำให้ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาจางๆ เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขแต่กลับดูเศร้าอย่างน่าประหลาด
‘ซินรักนัทนะครับ’
แบล็กเบอรีสีดำสั่นราวกับรู้ว่ามีคนกำลังเปิดอ่านอยู่ ปุ่มสีแดงกระพริบเรียกร้องความสนใจทันที
Sin: นัทอยากให้ความรักของเราจบเพราะคำพูดของคนอื่น
Sin: จริงๆหรอนัท
Sin: ...
หยดน้ำสีใสเคลือบดวงตาสวยดุ นัทฟุบหน้าลงกับโต๊ะก่อนปล่อยความคิดตัวเองไปกับเสียงสะอื้นและหยดหยาดน้ำตา
วันนี้ขออ่อนแอ…
แต่วันพรุ่งนี้... เค้าจะต้องจบทุกอย่าง!
ร่างโปร่งบรรจงแต่งตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางขวาง กางเกงยีนส์ขาเดฟสีเข้มตัวเก่ง เข็มขัดสีน้ำตาลเส้นโปรดถูกบรรจงพาดกลางประมานสะโพก ก่อนจะฉีดน้ำหอมอาร์มานีมาเนียกลิ่นประจำเพิ่มความมั่นใจ เซตผมตามสไตล์ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าตังค์ออกจากห้อง
นัทหอมแก้มบุพการีทั้งสองก่อนจะเดินออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจรถคันโปรดที่จอดอยู่ในโรงรถด้านข้าง ไม่นานก็เลี้ยวเข้าร้านเบเกรี่ร้านประจำ กล่าวทักทายกับผู้เป็นเจ้าของร้านแล้วกระซิบบอกความจำนง หนุ่มใหญ่วัยสามสิบกว่าขมวดคิ้วกับรุ่นน้องแต่ก็ยอมพยักหน้า นัทยกมือไหว้อย่างขอบคุณแล้วเดินตัวปลิวขึ้นชั้นสองของร้านไป
เอสเพรสโซ่ ลาเต้ เค้กส้มและเค้กกาแฟถูกนำมาเสิร์ฟ นัทกล่าวขอบคุณพนักงานเสิร์ฟด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งนั่งรอเวลาโดยการจิบเอสเพรสโซ่กับเค้กกาแฟ คิ้วเข้มถูกขมวดไว้ตลอดเวลาโดยที่เจ้าของไม่คิดจะคลาย นัทวางช้อนเล็กลงข้างเค้กที่พร่องลงไปไม่ถึงครึ่ง แขนยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้วให้เป็นปมขึ้นไปอีก ซักพักคนที่รอคอยก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
ผมยาวกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนอย่างลวกๆ มือซ้ายถือเข็มขัดลายลีโอพาร์ด มือขวาถือไอโฟนเครื่องโปรดกับประเป๋าตังค์โดยนิ้วๆหนึ่งเกี่ยวกุญแจรถกับถุงกระดาษใบเล็กไว้
“ตื่นสาย ขอโทษ”ซินหอบแฮก นัทเดินเข้าไปแย่งเข็มขัดในมืออีกคนมาพร้อมกับบรรจงใส่ให้ด้วยความบรรจง ซินเขย่งปลายเท้ากดริมฝีปากลงที่ปากนิ่มของอีกคนก่อนมอบดีพคิสที่ไม่รุนแรงนักให้แล้วทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวที่นัทนั่งเมื่อครู่พร้อมจิบเอสเพรสโซ่อีกคนพลางติ
“บอกแล้วนี่ว่าอย่ากินกาแฟรสเข้ม”
“เอ่อ...”ซินเลื่อนแก้วลาเต้ให้ไปอยู่ตรงหน้านัท
“แค่นี้ก็พอ”
“แต่นัทสั่งลาเต้ให้ซินนะ กินเอสเพรสโซ่เดี๋ยวซินก็นอนไม่หลับอีกอ่ะ”
“ซินก็โทร.คุยกับนัทไง”
“...”
“หรือซินโทร.หานัทไม่ได้?”
“ได้ได้... ได้สิ”นัทพูดรัว
“แล้วที่นัดมาแต่เช้า เอ่อ สายนี่ มีอะไรหรอ?”ซินแก้คำพูดตัวเองก่อนก้มลงจิบเอสเพรสโซ่ในมือต่อ
“เดี๋ยวค่อยพูดก็ได้ เค้กส้มมั้ย”นัทตักเค้กพอดีคำแล้วยื่นให้คนรัก ซินยิ้มละมุนก่อนก่อนจะรับเค้กส้มคำนั้นเข้าปาก
“หวาน...กว่าปกตินะวันนี้”ซินยิ้มหวาน นัทยิ้มจางๆตอบแล้วจ่อเค้กส้มคำต่อไปที่ปากซิน
นัทวางช้อนคักเล็กลงบนจานเปล่า ซินเลิกคิ้วก่อนจะถามคำถามเดิมอีกครั้ง
“แล้ววันนี้ ที่เรียกซินมาเพราะอยากป้อนเค้กส้มซินแค่นั้นหรอ?”
“เปล่า...”
“แล้วเพราะอะไรล่ะ”
“คือ...ซิน คือ...”
“...”
“นัท... คิดๆดูแล้ว”
“...”
“นัทคิดดีแล้วนะ นัทจะไม่เปลี่ยนความคิดตัวเองเด็ดขาด เรื่องเมื่อวานที่ซินถามอ่ะนัทได้คำตอบแล้วนะ”มือกีตาร์พูดอย่างขาดความมั่นใจ ซินนิ่งไปก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
“คิดว่าไง”
“เรา...เลิกกันเถอะ”
ซินมิงหน้านัทที่น้ำตาคลอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นานทีเดียวกว่าซินจะยอมเปิดปากพูด
“นัทคิดดีแล้วหรอ?”
“อะ...อือ”
“ขอเหตุผลหน่อยได้มั้ย”เสียงที่มักร่าเริงอยู่เสมอทอดลงอย่างอ่อนแรง มือสองมือประสานกันแน่น
“นัท..”
“...”
“นัทแคร์แม่ซิน นัทแคร์พ่อซิน แล้วนัทก็แคร์พ่อกับแม่นัท นัทแคร์อนาคตของเรา นัทกลัวว่าถ้าเราคบกันแล้ววันนึงทุกคนรู้ ทุกอย่างที่เราทำมามันจะสูญเปล่า ความฝันของซินทั้งหมดมันจะพังเพราะรักของนัทไม่ได้...”
“แล้วนัท... ไม่แคร์หัวใจซินหรอ?”ซินเอ่อยอย่างเชื่องช้า
นัทมองซินน้ำตาคลอ คนผมสั้นส่ายหัวช้าๆราวกับต้องการย้ำความต้องการของตัวเอง น้ำตาหลดเล็กหยดลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก
“มะไม่ ไม่เลย...นัทแคร์ซิน”นัทพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ซินเอื้อมมือไปจับมืออีกคนไว้แน่น
“งั้นนัทอย่าเลิกกับซินสิ”นัทชักมือกลับ ดวงตาดุที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาสบดวงตาเศร้าของอีกคนชัดเจน
“นัทแคร์ซินมาก นัทไม่อยากให้ซินเสีย อย่างน้อย... ถ้าวันนึงเรามีข่าว เราจะได้ไม่ต้องกระอักกระอ่วนใจในการปฏิเสธ...”
“ไม่... ซินยอม... ซินยอมให้นัทพูดว่านัทไม่ได้รักซินต่อหน้านักข่าว แล้วซินก็รู้ว่าถ้าซินพูดว่าซินไม่ได้รักนัทนัทจะไม่โกรธซิน.. ซินยอม.. ซินขอแค่นัทอยู่กับซิน”
“นัทอยู่กับซินเสมอ นัทก็ยังเป็นเพื่อนซินอยู่นะ”นัทพยายามฝืนยิ้ม
“ไม่! เข้าใจผมสิ! ซินไม่อยากให้นัทเป็นแค่เพื่อน”ย้ำช้าๆชัดๆเพื่อบ่งบอกความต้องการ ซินจ้องนัทด้วยดวงตากร้าว
“แค่เรารักกันมันไม่พอหรอซิน?”นัทช้อนดวงตามองหน้าซินอีกครั้ง ซินยิ้มพร้อมยื่นมือไปเช็ดน้ำตาบนหน้านัทอย่างทะนุถนอม
“ก็เพราะซินรักคุณ ซินถึงไม่อยากเป็นแค่เพื่อน ซินอยากครอบครองคุณ หัวใจของคุณ ซินอยากบอกให้คนอื่นรู้ว่านัทมีเจ้าของหัวใจแล้ว ซินไม่อยากให้เราเป็นแค่เพื่อน”
“ฮึก... ซินฟังนัทนะ นัทรักซินเหมือนกัน แต่เรารักกันในสถานะที่คนอื่นไม่ยอมรับ ...ฮึก ถ้าซินยังดื้อ นัทเชื่อว่าซักวันนึงเราต้องจบ นัทไม่อยากให้ความรักของนัททำลายอนาคตซิน ฮึก... นัทอยากให้ความรักของเรา เป็นแค่เรื่องของเรา...”
“...”
“ฮึก... ปล่อยให้ความรักมันอยู่ในใจเราสองคนก็พอ ไม่ต้องบอกคนอื่น ไม่ต้องแสดงความเป็นเจ้าของกัน... แค่รู้ความความรักของเราคือกันและกัน”
“แต่นัท..”
“นัทคิดดีแล้วจริงๆซิน”
“ไม่เอาแบบนี้... ซินไม่เอา”
“ซิน...”นัททอดเสียงต่ำลงอย่างอ่อนแรง ซินมองหน้าคนรักก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าซินนิ่ง
“พรุ่งนี้ เราจะเป็นเพื่อนกัน”ซินพูดเสียงแผ่ว นัทระบายรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าที่ชื้นแฉะด้วยน้ำตา
“ขอบคุณนะ”
ซินพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจกับคำขอบคุณนั้น มือหยิบกล่องกำมะหนี่สีน้ำเงินสองกล่องออกมาจากถุงกระดาษที่ปยิบติดมา
“ความจริงกล่องนี้ของนัท”ซินยื่นหนังในสองกล่องวางลงตรงหน้านัท “แต่ตอนนี้ซินว่าของใครก็ช่าง ในเมื่อของในกล่องมันหมดความสำคัญลงไปแล้ว”ซินยื่นอีกกล่องให่นัทก่อนจะลางถุงกระดาษลงบนโต๊ะแล้วเดินออกไป
ซินกระแทกประตูรถปิดอย่างแรงก่อนจะเอื้อมกดสตาร์ทรถ แว่นกันแดดสีดำของเพลย์บอลถูกสวมเพื่อปิดบังแววตาเจ็บปวด ซินฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยรถก่อนพึมพำคำเดิมราวกับคนเสียสติ
“ซินรักนัทนะ...”
นัทเปิดกล่องกำมะหนี่ออก ก่อนพบแหวนแพลตตินัมกับสร้อยแพลตตินัมเส้นเล็ก นัทหยิบแหวนขึ้นมาพิจารณาก่อนพบตัวอักษรสลักไว้ด้านในของแหวน นัทรีบเปิดกล่องกำมะหยี่อีกกล่องก่อนพบของชิ้นเดียวกัน เพียงแต่อักษรที่สลักเป็นคนละตัว ลงหนึ่งสลักตัว S อีกวงสลักตัว N
น้ำตาหยดเล็กหยดลงบนพื้นโต๊ะ นัทคว้าถุงกระดาษมาเปิด กระดาษแผ่นเล็กร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ นัทคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา
- นัทไม่ชอบใส่แหวนแพลตตินัมนี่ ซินเลยซื้อสร้อยมาให้ด้วย
- ที่สลัก S ให้นัทเพราะเวลานัทคิดถึงซินจะได้มองแหวนวงนี้ ซินอยู่ข้างๆนัทเสมอ
- อยากให้แหวนสองวงนี้เป็นพยานรักของเรา ไม่ต้องสวมชุดเจ้าบ่าวบอกรักกันหน้าบาทหลวงก็ได้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว
- ความรักของเรา ก็ให้มันเป็นเรื่องของเราสองคนสิ นัทอย่าแคร์คำพูดคนอื่นนักเลย ซินไม่ว่าหรอกถ้าคนอื่นจะมองซินยังไง ซินสนแค่ว่านัทมองซินยังไง ซินรักนัทนะ
กระดาษที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า คำพูดที่กลั่นออกมาจากใจที่อีกคนตั้งใจจะมาพูดกับเค้าวันนี้... แต่หากเค้ากลับทำลายมันไป
เสียงพึมพำราวกับจะขาดใจดังก้องอยู่ภายในชั้นสองของร้านเบเกอรี่ ...และอาจจะดังก้องอยู่ในหัวใจของใครบางคนไปตราบนานเท่านาน
“นัท...รักซินนะ”
************** This story is about us **************


แต่เราฮาตั้งแต่พี่นัทโทรหาพ่อละ
นึกภาพ แต่งเสียง แล้วแบบ เออถ้าพี่นัททำจิงมัน
มันคงเป็นทอล์คออฟเดอะทาวอะ
ถ้าจุดประสงค์ของไรเตอร์คือการพลิกบทพี่นัทละก็
ขอบอกว่า ... คุณทำสำเร็จแล้วว กร๊ากกก :D
#1 By madivink (223.207.225.185) on 2011-12-24 01:45