kp indigo View my profile

[SF] l'ami Nut x Sin

posted on 14 Feb 2012 23:53 by kp-augustband

Title: l'ami
Pairing: Nut x Sin (Singular)

Genre : General/Drama(?)
Writer: Kp_indigo*
Author's note:ป่วงและป่วงและป่วง !5555555 เรื่องนี้อต่ง(ดอง)นาน ช่วงแรกๆจะแต่งด้วยความรู้สึกที่แท้จริง ช่วงหลังมาเริ่มป่วงละ 5555555

 

 

Tell someone that you love them,

The result is '____________'

 

 

 

 

 

ผมเหลือบมองคนที่ซ้อมกีตาร์อยู่อย่างขะมักเขม้นแล้วอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ที่ถืออยู่มากดถ่ายภาพน่ารักๆนั้นเก็บไว้

 

แชะ~

 

เฮ้ย! ลืมกดปิดเสียง! คนที่ผมแอบถ่ายเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วแสยะยิ้ม นัทวางกีตาร์ในมือลงแล้วสาวเท้าเข้ามาหาผมพร้อมกับ ‘ลงโทษ’ ผมอย่างมันส์มือ

 

“นัท!!”

 

“นัทอย่าดิ! หัวเรายุ่งแล้ว!!”

 

ผมเรียกชื่อเค้าซ้ำอีกครั้ง นัทชะงักมือก่อนจะหยุด‘ลงโทษ’ผม ร่างหนาๆของนัททิ้งตัวลงนั่งข้างผมพร้อมยกมือมาพาดบ่าผมอย่างเคยชิน

 

“แอบถ่ายรูปเราอีกแล้วนะ”

 

นัทคาดโทษความผิดผมอีกครั้ง ผมหัวเราะหึหึในลำคอพร้อมเอ่ยปากตอบประโยคที่คุ้นชินออกไป

 

“ไม่ชินรึไง”

 

นัทพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกหนีผมไป ปากก็บ่นพึมพำว่า ‘คำตอบนี้อีกแล้ว’ ไปตลอด ผมแอบลอบยิ้มกับการกระทำนั้นเล็กๆก่อนจะต้องหึบยิ้มลงเมื่อพี่พีอาร์คนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง แต่ตาผมก็ยังคงแอบจ้องมองมือกีตาร์คนเมื่อครู่อยู่

 

ใช่ครับ... ผมชอบนัท มันอาจจะเป็นเรื่องที่ดูไร้สาระ แต่ถ้าหากคุณได้มาอยู่ร่วมกันกับเค้าเกือบตลอดเวลาคุณจะรู้ว่านัทเป็นคนที่มีสเน่ห์ แล้วนั่นมันก็ทำให้คนใกล้ตัวตกหลุมรักเค้าได้ไม่ยาก

 

...รวมถึงผม

 

ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ พอมารู้สึกตัวอีกทีสายตาของผมก็ไม่สามารถละไปจากใบหน้าเข้มๆแบบไม่ถูกกฎหมายนั่นเลยได้ซักครั้ง

 

“ซิน”

 

นัทเรียกชื่อผมแล้วโผล่หน้าออกมาจากประตู ผมหันไปมองหน้าเค้าด้วยเครื่องหมายคำถาม

 

“กินข้าวกันเหอะ ทำไรอยู่อ่ะตั้งแต่เมื่อกี๊ละ อัพโหลดรูปเราให้แฟนคลับดูหรอ ระวังแฟนคลับหลงรักความหล่อเราตายก่อนกินข้าวนะ”

 

นัทพูดกลั้วหัวเราะ ผมหัวเราะฝืดๆแล้วเดินตามเค้าออกไป ถ้าทำอย่างนี้ตลอด... ใครจะไม่หลงรักเค้าล่ะครับ?

 

 

“โอ๊ยตื่นเต้น”

 

ผมพึมพำกับตัวเอง มือสองข้างประสานกันแน่น ซักพัก สัมผัสอุ่นๆก็เกิดขึ้นข้างแก้ม นัทจับหน้าของผมให้หันไปทางเค้าแล้วเปลี่ยนตำแหน่งมือจากแก้มไปลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา

 

“ตื่นเต้นอ่ะดิ”

 

นัทยิ้มกริ่มพร้อมดึงตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด ผมสอดมือเข้าไปกอดที่เอวหนาแน่น ...อบอุ่น

 

“ไม่ชินรึไง”

 

ผมพูดประโยคติดปากอีกครั้งเมื่อนัทผละตัวผมออกจากอ้อมกอด นัทยิ้มกริ่มแล้วขยี้ผมของผมเบาๆ

 

“ก็ชิน ถึงต้องมาให้กำลังใจก่อนขึ้นเวทีไง”

 

“พอขึ้นเวทีก็ตื่นเต้นอยู่ดี วันนี้เรามีแซวกันเยอะมากเลยอ่ะ”

 

ผมพูดด้วยเสียงตื่นๆ หลังจากที่อ่านสคริปต์ของคอนเสิร์ตวันนี้จบก็ต้องมานั่งทำใจกับตัวเองว่าคงต้องฟังเสียงกรี๊ดแบบลั่นโลกของเหล่าบรรดาสาววายทั้งหลาย... แต่ก็นั่นแหละครับ มันไม่ตื่นเต้นเท่ากับที่ผมต้องมานั่งฟังคำพูดหวานๆขัดกับหน้าตาของ‘มาเฟีย’ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงนี้หรอก

 

“ไม่ชินรึไง ที่ต้องแซวกันแบบนี้อ่ะ”

 

นัทเน้นประโยคแรกอย่างตั้งใจลอกเลียนแบบ ผมผลักไหล่นัทไม่แรงนัก นัทยักไหล่ก่อนจะเอามือมาพาดบ่าผมแล้วลากตัวผมขึ้นเวทีเช็คเรตติ้งก่อนเริ่มร้องเพลง

 

 

เสียงหวานของผมดังคลอกับเสียงกีตาร์คลาสสิกของมือกีตาร์ดูโอ้ สายตาผมจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเข้มที่หลับตาพริ้มเล่นเพลงด้วยความสุข

 

...นัทมีความสุขเสมอเวลาอยู่กับเสียงเพลง

 

และผมก็มีความสุขเสมอเวลาร้องเพลง... โดยเฉพาะเวลาที่ได้ร้องเพลงแล้วมีคนที่นั่งเล่นกีตาร์อยู่ข้างๆเป็นคนที่ชื่อว่า ‘โชติวุฒิ’

 

 

ผมขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเพลิดเพลินเกินเหตุนั่น ผมได้ยินเสียงแฟนคลับกรี๊ดนิดหน่อยจากภาพเมื่อครู่ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหรอกครับ ในเมื่อความสนใจทั้งหมดของผมอยู่ที่ใบหน้าผิดกฏหมายที่ยืนเล่นกีตาร์อยู่ข้างๆ ถึงจะเห็นทุกวันแต่ก็อดไม่มองไม่ได้ซักที ยิ่งนัทเล่นยิ่งมีเสน่ห์...

 

...มีเสน่ห์จนผมอยากเก็บเค้าเอาไว้คนเดียว

 

“พี่นัทฮะ พี่นัทมีอะไรอยากจะพูดกับแฟนคลับมั้ย”

 

ผมแซวเค้าหลังจากจบเพลง นัทยิ้มให้ผมก่อนจะแย่งไมค์ในมือผมไป เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับอีกครั้งก่อนที่นัทจะเปลี่ยนสีหน้าแล้วยื่นไมค์มาคืนผมพร้อมกระซิบบอกว่าซักครู่แล้วเดินไปคุยกับมือเบส

 

“พี่นัทเล่นเพลินกีตาร์ไม่มีเสียงอีกแล้วล่ะสิ เอาล่ะฮะ เราจะรอเค้ามาพูดเข้าเพลงต่อไป”

 

ผมเหล่หางตาไปมองนัทที่ทำอะไรซักอย่างกับแบล็กเบอรีสีดำของตัวเองพร้อมขยับปากแซวต่อไป

 

“ถ้าพี่นัทไม่มา เราจะนอนรอพี่นัทกันอยู่ตรงนี้นะฮะ แต่พรุ่งนี้วาเลนไทน์ ไหนใครโสดเหมือนซินก็เสียงหน่อยได้ป่ะ?

 

ผมพูดคุยกับแฟนคลับเรื่อยๆระหว่างที่นัทกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หลังเวที... กีตาร์นัทไม่ได้เสียหรอกฮะ... เค้ากำลังคุยกับใครซักคนต่างหาก

 

“เพลงต่อไป เชื่อว่าทุกคนร้องได้ เป็นเพลงที่สามที่เราปล่อยออกมา ไหนมีใครจำได้มั้ยว่าเพลงอะไร?”

 

แฟนคลับตะโกนกลับมาเสียงดังว่า ลอง ผมยิ้มพร้อมพยักหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่นัทหันหน้ากลับมาพอดี นัทยิ้มให้ผมพร้อมเกากีตาร์เริ่มเพลงลอง ช่วงอินโทรผมเดินเข้าไปหาเค้าพร้อมเอ่ยปากถามสาเหตุที่เค้าต้องเดินออกไป นัทกระซิบตอบเสียงแผ่วแต่ฟังแล้วมีความสุข

 

“ดาต้าส่งข้อความมา”

 

 

นัทยิ้มกริ่มแบบที่ดูรู้ว่ามีความสุข ต่างจากผมที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้า มันชาไปหมดพอได้ยินชื่อ ‘ผู้หญิงคนนั้น’

 

คนที่นัทกำลังจีบ...

 

ข่าวก็ข่าวแหละครับ ปฏิเสธได้ก็ปฏิเสธกันไป ต้นสังกัดก็บอกมาแค่ว่าทำยังไงก็ได้ที่ทำให้กระแสนัทซินไม่ตก... ให้เค้ามองว่าเรา ‘เรียล’ ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่ นัท... ไม่มีทางรักผมได้เลย

 

‘คนใจหล่อ‘ถือแบล็กเบอรีเครื่องโปรดแนบหูด้วยรอยยิ้ม ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าคนปลายสายคือใคร เพราะผมรู้... ไม่กี่คนหรอกที่จะทำให้นัทมีรอยยิ้มมีความสุขขนาดนั้นได้

 

“ครับดาต้า แล้วเจอกันนะครับ”

 

คนใจหล่อหันมายิ้มเผล่ให้ผม นัทขยี้หัวผมด้วยความเคยชินก่อนจะขอตัวแวบไปหาน้องดาต้าที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณงาน

 

อีกแล้วสินะ... อีกครั้งแล้วที่ผมหมดความสำคัญลงไป

 

“น้องซิน น้องนัทล่ะครับ? องครักษ์ประจำตัวหายไปไหนเนี่ย ถ้านางฟ้าโดนนักร้องยาจกลักพาตัวไปจะทำยังไงครับ”

 

พี่แสตมป์เดินมาหาพร้อมหยอดคำล้อผมเหมือนเคย ผมยิ้มเจื่อนๆตอบพี่เค้าไป

 

“องครักษ์เค้าก็คงไปหาเจ้าหญิงล่ะมั้งครับ เดิมทีองครักษ์ก็ไม่ได้คู่กับนางฟ้าอยู่แล้วนี่”

 

แสตมป์เลิกคิ้วพร้อมหัวเราะอย่างถูกใจ มือปลาหมึกโอบรอบไหล่ผมพร้อมพาไปหาพี่โย่งกับพี่ก้อยที่นั่งคุยกันอยู่ สายตาผมสอดส่องไปยังที่เดิมที่ยืนอยู่เมื่อครู่ มองจากตรงนั้นจะไม่เห็นว่าตรงนี้มีคนอยู่ แล้วถ้านัทกลับมาแล้วมองไม่เห็นผมล่ะ?

 

“พาซินมานั่งตรงนี้ นัทมาไม่เห็นซินทำไงอ่ะ”

 

ผมออกปากถาม

 

“ไว้พี่จะคอยมองให้แล้วกัน ไม่อยากให้เรานั่งคนเดียว พี่ไม่ชอบเห็นเราหงอย...”

 

พี่แสตมป์พูดจบก็เบนสายตาไปทางอื่น แก้มยุ้ยๆของพี่เค้าชมพูขึ้นจางๆ ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะนั่งลงตามคำชวน ตลอดเวลาดูเหมือนพี่แสตมป์จะทำตามที่รับปากไว้ดีเกินเหตุจนผมต้องบอกให้พี่แสตมป์หยุดมองเสียที แต่พี่เค้าก็ยังยืนยันคำเดิม

 

‘พี่บอกแล้วว่าพี่จะทำให้ พี่ก็จะทำให้’

 

...ไม่ใช่ไม่รู้หรอกนะครับว่าพี่แสตมป์คิดยังไง ท่าทางเขินอายแบบปิดไม่มิด อาการห่วงใยเกินรั่นพี่ หรือแม้กระทั่งถ้อยคำที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรแต่แฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ต่อให้โง่ขนาดไหนก็ต้องพอรู้บ้างแหละครับ..

ความจริงพี่เค้าก็น่ารักดี.. ตี๋กวนxxxตามสไตล์ใครหลายคน ไม่ผิดหรอกถ้าหากผมจะเปิดใจรักเค้าบ้าง

แต่มันผิดอยู่หัวใจของผม ...มันมีที่อยู่ให้คนเพียงคนเดียว คนที่ชื่อว่า ‘นัท’

 

“ซิน นั่น!”

 

พี่แสตมป์สะกิดเรียกผมให้หันไปมอง ผมหันตามแรงเรียก เห็นหลังไวๆของคนคุ้นเคยวิ่งออกไป ผมพรวดพราดออกไปโดยไม่สนใจสามคนที่ร่วมวงสนทนาอยู่

 

“พี่ฮะ นัทล่ะ!”

 

“วิ่งออกไป พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เห็นบอกอะไร”

 

ผมออกปากถามพี่สตาฟฟ์ที่เดินสวนมา เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เท้าก็วิ่งตามหาคนที่ต้องการตามหาอีกครั้ง

 

“แฮก แฮก..”

 

ไปไหน... นัท... หายไปไหน?

 

ผมหยุดอยู่หน้าประตูหลังเวที นัทหายไปไหน? นี่เค้าจะทิ้งผมไปจริงๆหรอ?

 

คิดได้แค่นี้น้ำตาก็ไหลลงมาไม่หยุด ผมกลัวว่านัทจะทิ้งผมไป...กลัวว่านัทจะหนีไปอยู่กับคนอื่น... กลัวไปหมดทุกเรื่อง...

 

...เค้ามีอิทธิพลต่อหัวใจผมมากจริงๆ

 

 

“ซิน”

 

ยังไม่ทันที่จะหันกลับไปตามเสียงเรียกก็ได้รับแรงปะทะโถมเข้าใส่เสียก่อน นัทกอดผมแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจของเค้าเต้นถี่รัวอย่างชัดเจน

 

“นัท...”

 

“หายไปไหนมา สิ่งตามหาซะทั่ว แล้วนี่ร้องไห้ทำไม เราไม่ทิ้งซินหรอกน่ะ กลัวเราทิ้งหรอ?”

 

ผมส่ายหน้าเบาๆโดยไม่ลืมไขว้นิ้ว น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นทำให้ผมยิ้มออก เค้าจะไม่ทิ้งผมจริงๆใช่มั้ย?

 

“ไม่เชื่อหรอก ซินขี้แย”

 

นัทบีบจมูกผมพร้อมย่นหน้าอย่างน่ารัก

 

...นี่สินะ เหตุผลที่ทำให้ผมหลงรักเค้าจนถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

ผมเดินถือช่อดอกไม้มาตามทางอย่างทุลักทุเล วันนี้วันวาเลนไทน์ แฟนคลับทั้งหลายแห่ซื้อดอกกุหลาบมารอผมแต่เช้า คาดว่านัทก็คงมาในสภาพเดียวกัน

 

“สวัสดีวันวาเลนไทน์ คุณนางฟ้าคนสวยของแฟนคลับ”

 

นัทเดินเข้ามาทักผมด้วยดอกกุหลาบช่อสวยเพียงช่อเดียวในมือ ผมเลิกคอเวพร้อมโยกตัวไปมองพี่พีอาร์คนนึงที่เดินไม่ตรงทางเพราะดอกกุหลาบและช็อคโกแลตส่วนของนัทที่ถือมาสูงจนท่วมหัว

 

“ช่อนี้มันพิเศษตรงไหนเนี่ย ถือไม่ปล่อยเลยนะ”

 

ผมแซวเล็กๆ นัทฉีกยิ้มกว้างแบบที่ไม่ค่อยได้เห็น หน้าเข้มขึ้นริ้วชมพูจางๆ พร้อมตอบคำตอบที่ทำให้ผมหน้าชาชั่วครู่

“ของดาต้า”

 

...ผู้หญิงคนนี้มันมีดีตรงไหนนะ หึ ไม่สิ ควรถามมากกว่าว่าผมมันไม่ดีตรงไหน... ทำไมนัทถึงไม่คิดรักผมบ้าง...

 

ทั้งๆที่ผมเองก็อยู่ใกล้ตัวเค้าตลอดเวลา..

 

หรือผมเป็นเพียงแค่ฝุ่น อยู่รอบๆตัวนัท แต่นัทไม่เคยจะเห็นค่าของมันเลย ...ผมมันก็แค่เพื่อน เพื่อนที่นัท ไม่เคยเปลี่ยนสถานะให้ผมเลย

 

“แล้วนี่จะเอาไปให้เมื่อไหร่”

 

“เดี๋ยวจะไปแล้ว ดาต้าจะแวะเข้ามาก่อนไป”

 

นัทพูดด้วยรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่ผมไม่เคยได้จากเค้าซักครั้ง

 

“อ้าวนัท กุหลาบสวยจัง ให้น้องซินหรอครับ”

 

พี่โย่งเดินเข้ามาพร้อมกุหลาบขาวช่อโตในมือ ปากเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเช่นเคย นัทส่ายหัว ยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

“ไม่ใช่หรอกฮะ”

 

“อ่าว ก็คิดว่าองครักษ์จะเอาดอกไม้มาให้นางฟ้าซะอีก ไม่น่า... ระวังนะองครักษ์ ระวังจะมีแสตมป์ผู้ฆ่ายักษ์นั่งต้นถั่วขึ้นไปฉกนางฟ้ามานะ”

 

พี่โย่งพูดเปรียบเทียบพร้อมยื่นกุหลาบขาวช่อที่ถือมาให้ผม ผมยิ้มขอบคุณพร้อมดูการ์ดที่มักจะลงท้ายชื่อคนให้ตัวจริงเสมอ

 

‘ขอให้คนมีความรักมีโชคในวันแห่งความรักนะครับ – แสตมป์’

 

“ว้า~ ท่าทางผมจะโดนผู้ฆ่ายักษ์ชิงนางฟ้าไปแล้วล่ะ ยิ้มหน้าบานเลย”

 

นัทออกปากแซว แววตาของนัทเปลี่ยนไปชั่วขณะแต่แล้วก็กลับมาสดใสขี้เล่นดังเดิม ผมยิ้มเจื่อนตามสไตล์ก่อนจะขอตัวออกมา ทิ้งให้นัทคุยกับพี่โย่งสองคน

 

...ใช่สิ นางฟ้าก็ต้องโดนผู้ฆ่ายักษ์ชิงไปได้อยู่แล้ว เพราะองครักษ์ไม่เคยคิดจะดูแลเลยนี่นา.. นัทก็อย่างนี้ตลอด ยิ้มยินดีต่อหน้าคนอื่น แสร้างทำเป็นหยอกล้ออย่างไม่คิดอะไร แท้จริงแล้วภายใต้ใบหน้าจริงจังนั้นเกลียดการเป็นข่าวเป็นที่สุด ทุกอย่างที่นัททำก็เพื่อให้ตัวเองอยู่ในวงการที่เค้ารักในนานที่สุด

 

...ผมรู้ความจริงข้อนี้ดี และไม่เคยคิดที่จะหยุดทำให้แฟนคลับเลิก‘จิ้น’เรื่องของผมกับนัท ผมเหมือนคนเลว แต่ผมก็ยินดี ผมอยากได้ความสุขเล็กๆที่นอกเหนือจากการอยู่ใกล้ชิดเค้า ผมอยากใช้เวลาอยู่กับนัทให้มากที่สุด มากพอ... ก่อนจะมารับรู้ความจริงว่า

 

...ผมกับนัทไม่มีทางรักกันได้เลย

 

ผมก็เป็นแค่เพื่อน เพื่อนคนนึงที่หวังมากเกินไป... แค่เพื่อนที่คิดไม่ซื่อตลอดมา... และจะเป็นเพื่อนที่คิดไม่ซื่อตลอดไป

 

นัทเปิดประตูเข้ามาสีหน้าอิ่ม ท่าทางน้องดาต้าคงจะชอบดอกไม้ช่อนั้น ผมวางกุหลาบความหมายดีในมือ ภาวนาให้คำอวยพรในการ์ดนั้นเป็นจริง พร้อมเอ่ยปากถามมือกีตาร์ดูโอ้ของตัวเองด้วยคำถาม... คำถามที่ผมควรจะถามเมื่อนานมาแล้ว

 

“นัท...”

 

ผมเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา นัทหันมามองผมด้วยรอยยิ้มจางๆแล้วเลิกคิ้วขึ้น

 

“เบื่อมั้ยเวลามีข่าวกับเราอ่ะ?”

 

นัทนิ่งคิดไปซักพักแล้วลูบผมผมเบาๆก่อนพึมพำคำตอบเสียงแผ่ว

 

“อืม”

 

สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่เพื่อนของเค้าจริงๆสินะ สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่นั้นจริงๆ

 

********** END **********

 

Happy Valentine's day !

หวังว่าจะเติมคำตอบที่เว้นไว้ให้ได้นะคะ :D

ขอโทษที่ป่วง

งานเยอะจริงๆ T^T นี่แบบ นั่งแต่งฟิค ไม่ทำงาน 55555

เข้ามาเดือนละครั้งก็ยังดีนะ ข้าวคิดถึงทุกคนเลย ไม่มีเวลาคุยจริงๆ T^T

น่าจะอัพเดือนละครั้ง ปิดเทอมถี่หน่อย -w-

ปีนึงแล้ว ปีที่แล้วลงกลูมมี่วาเลนไทน์(ย้อนอ่านได้) ปีนี้ ภาษาฝรั่งเศส อ่านไม่ออก

ก็ยังคงไม่สมหวังเหมือนเดิม 5555555555555

ไปละค่ะ คิดถึงทุกคนนะ :D

<3

*ข้าว*

 

ปล. ไอ่ที่ว่าเรื่องต่อไปแล้วหัวเราะชั่วร้ายยังไม่เสร็จ ! T^T คาดว่าน่าจะลงอีกทีเดือนหน้าเลย - - จะสอบแหล่ว แต่ว่าเรื่องนั้นอยากให้รออ่านจริงๆ :)